ความแตกต่างระหว่างยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์  

          1. ยางธรรมชาติ (Natural Rubber) : ยางธรรมชาติ เป็นผลผลิตที่ได้จากต้นยางธรรมชาติ มีแหล่งกำเนิดเดิมจากประเทศบราซิล สภาวะที่เหมาะสมในการปลูกต้นยาง คือ พื้นที่มีฝนตกชุกและอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี ประเทศไทยที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตยางธรรมชาติมีพื้นที่ปลูกสำคัญในภาคใต้ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีฝนตกชุกและอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี จากสภาพอากาศดังกล่าวส่งผลให้ผลผลิตน้ำยางที่ได้มีคุณภาพดี โดยในปัจจุบันได้มีการปรับปรุงพันธุ์ยางให้สามารถปลูกได้ในพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากภาคใต้ อาทิ พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีฝนตกชุกเช่นกันแต่มีระดับที่น้อยกว่าภาคใต้

          2. ยางสังเคราะห์ (Synthetic Rubber) : ยางสังเคราะห์คือยางที่ได้จากการสังเคราะห์ของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี ซึ่งได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ หรือการแยกก๊าซธรรมชาติโดยจะได้สารตั้งต้นหลักคือ บิวทาไดอีน (Butadiene) และนำสารดังกล่าวมาใช้ในการสังเคราะห์ยางสังเคราะห์ขึ้นมาได้หลากหลายชนิด
              ยางสังเคราะห์มีหลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีความเหมาะสมในการใช้งานเพื่อผลิตภัณฑ์แตกต่างกันไปโดยยางสังเคราะห์ชนิดหลักๆ มี 8 ชนิด ได้แก่ Styrene Butadiene Rubber (SBR), Butadiene Rubber (BR),Ethylene Propylenediene Rubber (EPDM), Nitrile Butadiene Rubber (NBR) Chloro – prene Rubber (CR),Polyisoprene Rubber (IR), Isobutyle Isoprene Rubber (IIR) และ Styrenic Block Copolymer (SBC)โดยสมบัติ และตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้

 

-